เปิดตำนาน La Mer สกินแคร์หรูเลอค่า เพราะอะไรสาวๆ ถึงยอมลงทุน?!

สกินแคร์เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่สาวๆ ไม่ควรขาดเลยนะคะ เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องเจอมลภาวะทุกวัน ทั้งแสงแดด อากาศ ฝุ่นควัน หรือแม้แต่ความเครียด ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ทำร้ายผิวหน้าเราโดยไม่รู้ตัวเลย ทีนี้ถ้าไม่บำรุงดูแลด้วยสกินแคร์ดีๆ ที่เหมาะกับสภาพผิวแล้วล่ะก็ หน้าพังแน่นอนจ้า

ถ้ามีคนถามว่า “จะใช้สกินแคร์อะไรดี?” หรือ “มีสกินแคร์อะไรแนะนำบ้าง?” เชื่อว่าหนึ่งในแบรนด์ที่สาวๆ เอ่ยต้องมีชื่อของ La Mer ด้วยแน่ค่ะ อย่างที่รู้กันว่าแบรนด์เค้าราคาค่อนข้างสูง ยิ่งเป็นสกินแคร์ตัวเด็ดยิ่งแพง ราคากระปุกนึงก็เหยียบหมื่นแล้ว แต่ทำไมสาวหลายคนถึงยอมเปย์ เพราะอะไรแบรนด์ราคาสูงขนาดนี้ถึงยังได้รับความนิยมไม่เปลี่ยน ตามมาดูกันค่า

ย้อนกลับไปในอดีต ช่วงปี 1950 จุดเริ่มต้นอันน่ามหัศจรรย์ของ La Mer เกิดจากนักฟิสิกส์ด้านกระสวยอวกาศของนาซ่า ชื่อว่า ดร.แม็กซ์ ฮูเบอร์ (Dr.Max Huber) ค่ะ หลายคนคงจะงงนิดหน่อยแต่ไม่เข้าใจมากๆ ว่าทำไมคนที่ค้นพบสกินแคร์สุดเลอค่าถึงเป็นด็อกเตอร์จากนาซ่าไปได้ เรื่องของเรื่องก็คือด็อกเตอร์แม็กซ์เนี่ย ได้ประสบอุบัติเหตุจากการระเบิดในห้องทดลอง ทำให้ผิวหนังเป็นแผลไฟไหม้พุพอง (ลองคิดดูสิคะว่าแผลจากการระเบิดจะทรมานขนาดไหน) เพราะฉะนั้นเขาก็เลยพยายามคิดค้นสกินแคร์ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวหนังของตัวเองค่ะ

ด็อกเตอร์แม็กซ์ ได้ค้นพบน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth ที่มาจากสาหร่ายซีเคลป์ (Sea Kelp) หมักร่วมกับส่วนผสมทางธรรมชาติอื่นๆ จากการทดลองที่ยาวนานถึง 12 ปี และผ่านการทดลองมากว่า 6,000 ครั้ง ในที่สุดด็อกเตอร์ก็ได้ครีมสูตรเด็ด Crème de la Mer ออกมารักษาผิวไหม้ของตัวเองให้หายจนได้ค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี้ La Mer ก็ยังคงใช้ น้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth เป็นหัวใจหลักของผลิตภัณฑ์ตามสูตรของด็อกเตอร์นะจ๊ะ

ต่อมาบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังอย่าง Estée Lauder ก็ได้ทำการเทคโอเวอร์ ซื้อกิจการของ La Mer ไปในปี 1995 จากนั้นแม้ว่าจะมีสกินแคร์ตัวใหม่นอกเหนือจาก Crème de la Mer รุ่นต้นตำรับที่สร้างชื่อตามมามากมาย แต่ด้วยคุณภาพที่ดีและสูตรเฉพาะของ La Mer ทำให้แบรนด์สกินแคร์ของนักฟิสิกส์ด้านกระสวยอวกาศของนาซ่าได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์สกินแคร์ที่สาวๆ ทั่วโลกอินเลิฟมาจนถึงทุกวันนี้จ้า

La Mer มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้เลือกเยอะแยะเลยค่ะ สำหรับสาวที่สนใจ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้สกินแคร์ตัวไหนดี เราก็ได้รวบรวมสกินแคร์ยอดฮิตของ La Mer มาไว้ที่นี่แล้วค่า

Crème de la Mer

Photo By : stylesprinter

แน่นอนว่าไอเท็มฮิตตัวแรกจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากครีมรุ่นบุกเบิกของแบรนด์ค่ะ เค้าขายดีมาตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์เลยนะคะซิส สาวหน้าแห้งใช้จะเหมาะมาก เพราะเนื้อครีมค่อนข้างหนัก ช่วยเรื่องเพิ่มมอยเจอร์ไรเซอร์แบบเน้นๆ ผิวจะนุ่มนวล กระชับ เรียบเนียน แลดูอ่อนเยาว์มากขึ้นค่า ข้อแนะนำสำหรับใช้ครีมตัวนี้นะคะ ให้วอร์มเนื้อครีมก่อนลงบนหน้าค่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะเสี่ยงอุดตันได้ ราคาประมาณ 13,300 บาทจ้ะ

La Mer The Moisturizing Soft Cream

ครีมตัวนี้เรื่องสรรพคุณเหมือนตัว Crème de la Mer เลยค่ะ ช่วยเรื่องเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่มนวล กระชับ และแลดูอ่อนเยาว์ แต่ว่าเนื้อครีมจะบางเบากว่า ทาง่าย ใช้งานง่ายกว่าค่า สาวคนไหนที่ลองใช้รุุ่นบุกเบิกของแบรนด์แล้วรู้สึกว่าหนักหน้าเกินไป ขยับมาใช้ตัวนี้ก็ได้นะคะ ราคาประมาณ 13,300 บาทค่ะ

La Mer The Eye Concentrate

Photo By : poshclassymom

มากันที่ไอเท็มบำรุงผิวใต้ตาบ้างค่ะ ตัวนี้เป็นครีมลดเลือนรอยคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตานะคะ ส่วนผสมหลักคือแร่เฮมาไทด์และน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดเลือนความหมองคล้ำ และจัดการปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ เผยให้เห็นผิวรอบดวงตาที่สดใสขึ้น ดูสุขภาพดีค่า เวลาใช้ก็เอาช้อนเงินของเค้าแตะเนื้อครีมทาลงบนตาได้เลยนะจ๊ะ ราคาประมาณ 8,800 บาทจ้า

La Mer The Renewal Oil

Photo By :  thevivaluxury

สำหรับออยล์ตัวนี้ เห็นแพ็คเกจจิ้งแล้วก็รู้สึกว่าเลอค่าจริง ส่วนผสมหลักของเค้ามาจากน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth และสารอาหารเข้มข้นจากท้องทะเล ช่วยบำรุงให้ผิวหน้าชุ่มชื้น เรียบเนียน กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ออยล์ตัวนี้สามารถใช้กับส่วนอื่นในร่างกายได้ด้วยนะจ๊ะ จะเป็นริมฝีปาก หรือข้อศอกแห้งแตกก็ยังได้จ้า เวลาใช้แนะนำว่าให้เขย่าขวดทุกครั้ง เพราะเค้าเป็นน้ำมันเลยมีการแยกชั้นกันได้ค่ะ ราคาประมาณ 10,100 บาท

La Mer The Lifting and Firming Mask

Photo By : beautyholicsanonymous

มีทั้งครีมและออยล์บำรุงผิวไปแล้ว ไม่มีมาสก์ก็คงไม่ได้ ตัวนี้เป็นมาสก์เนื้อครีมนะจ๊ะ ช่วยเรื่องยกกระชับผิวหน้าตามชื่อ Lifting and Firming เลย เค้ามีแปรงมาให้ด้วย เอาไว้เกลี่ยเนื้อครีมบนใบหน้าและลำคอนะคะ พอเกลี่ยเสร็จแล้วก็นวดผิวเบาๆ ด้วยปลายนิ้วเพื่อเสริมการไหลเวียนของเลือด จากนั้นก็ทิ้งเอาไว้สัก 10 นาที เสร็จแล้วไม่ต้องเช็ดออกและสามารถลงมอยเจอร์ไรเซอร์ตัวอื่นต่อได้เลยค่า ราคาประมาณ 9,800 บาทค่ะ

ขอบคุณ lamerlamerelcompaniescremedelamer

อัพเดทข่าวสารนิตยสารผู้หญิงผ่านทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @ladyissue (มี@นำ)
เพิ่มเพื่อน

 

Leave A Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

© 2014 Ladyissue.com เว็บผู้หญิง รีวิวเครื่องสำอาง ความสวยความงาม แฟชั่นอัพเดท | designed by tonapp design