- โมเลกุล “ดักจับสารตั้งต้นเม็ดสีส่วนเกิน” ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหลายฉบับ และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งในสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2025 (TIME Best Invention of 2025) อันเป็นผลลัพธ์จากการค้นคว้าวิจัยยาวนานกว่า 20 ปี
- การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี เมลาซิล™ (Melasyl™) ในประเทศไทย เพื่อมุ่งจัดการปัญหาจุดด่างดำ ซึ่งเป็นหนึ่งในความกังวลหลักด้านผิวพรรณของผู้บริโภคชาวไทย
- การเปิดตัวนวัตกรรมที่ครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ (Multi-brand) ด้วยผลิตภัณฑ์ถึง 7 ตัวภายใต้แบรนด์ ลอรีอัล ปารีส (L’Oréal Paris) และ ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายชิ้นแรกที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 – ลอรีอัล กรุ๊ป (L’Oréal
Groupe) ผู้นำด้านความงามระดับโลก ประกาศต่อยอด Melasyl™ (เมลาซิล)
นวัตกรรมโมเลกุลเอกสิทธิ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหลายฉบับ
เพื่อจัดการปัญหาเม็ดสีผิวและจุดด่างดำเฉพาะจุด
โดยหลังจากได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี 2025
จากนิตยสาร TIME ล่าสุด ลอรีอัล ประเทศไทยได้นำนวัตกรรมดังกล่าวขยายสู่ 7
ผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง ภายใต้แบรนด์ ลอรีอัล ปารีส (L;Oréal Paris) และ
ลาโรช-โพเซย์ (La Roche-Posay)
รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี Melasyl™
เพื่อมุ่งตอบโจทย์ปัญหาจุดด่างดำ
หนึ่งในความกังวลด้านผิวพรรณหลักของผู้บริโภคชาวไทยอย่างครอบคลุม
ปัญหาเม็ดสีผิวถือเป็นหนึ่งในความกังวลหลักด้านผิวพรรณของผู้บริโภคชาวไทย
คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในประเทศ
โดยผลกระทบของภาวะความผิดปกติของเม็ดสีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสุขภาพผิว
แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์
Melasyl™ ที่ขยายเพิ่มขึ้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อนำเสนอโซลูชันเฉพาะสำหรับสภาพผิวและความต้อง
การที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นการปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอยิ่งขึ้น
ด้วยการสกัดกั้นไม่ให้เม็ดสีก่อตัวในชั้นผิว ก่อนที่จะเป็นจุดด่างดำและความหมองคล้ำเฉพาะจุด
แพทริก จีโร กรรมการผู้จัดการ
บริษัทลอรีอัลประเทศไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา กล่าวว่า
“ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์คือรากฐานสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรมของ
ลอรีอัล เราเชื่อว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
และได้ทุ่มเทศึกษาวิจัยมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ
เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
เราตระหนักถึงปัญหาเม็ดสีและจุดด่างดำเป็นหนึ่งในความกังวลสำคัญของผู้บริโภคช
าวไทย ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพผิว แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจของแต่ละบุคคล
การนำนวัตกรรมโมเลกุล Melasyl™ มาผสานในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ลอรีอัล
ปารีส และลา โรชโพเซย์ จึงสะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์
ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ล้ำสมัย และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านผิวพรรณที่แตกต่างกัน”
เบื้องหลังวิทยาศาสตร์แห่งการยับยั้งสารตั้งต้นเม็ดสีผิว (Melanin Precursor)
Melasyl™ คือ ผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนายาวนานเกือบ 20 ปี
ที่ครอบคลุมการทดสอบโมเลกุลมากกว่า 100,000 ชนิด
โดยแตกต่างจากส่วนผสมดูแลปัญหาเม็ดสีแบบดั้งเดิมที่มุ่งลดเลือนจุดด่างดำที่เกิดขึ้น
แล้ว หรือยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นการผลิตเมลานิน ในทางกลับกัน Melasyl™
ทำงานด้วยกลไกที่แตกต่างออกไปในฐานะ “Melanin Precursor Interceptor”
หรือกลไกการยับยั้งสารตั้งต้นเม็ดสีผิว
โดยทำหน้าที่ดักจับสารตั้งต้นของเมลานินก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเม็ดสีที่ก่อให้เกิด
จุดด่างดำและความหมองคล้ำบนผิวหนัง
ดร. ทารัน โชปรา หัวหน้าฝ่ายสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ของลอรีอัล
ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ (SAPMENA)
กล่าวว่า
“แนวทางทางวิทยาศาสตร์ของเราตั้งอยู่บนพื้นฐานของกลไกทางชีววิทยาตามธรรมชาติของผิว แม้เมลานินจะมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผิวและเป็นตัวกำหนดเฉดสีผิวที่หลากหลายของมนุษย์ แต่ปัจจัยภายนอก เช่น รังสียูวี
ที่มีความเข้มข้นสูงและมลภาวะในประเทศไทย
สามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตเมลานินมากเกินไป
จนนำไปสู่การเกิดจุดด่างดำและรอยหมองคล้ำบนผิว”
“Melasyl™
ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการดูแลปัญหาเม็ดสีเฉพาะจุดเหล่านี้
โดยทำงานในขั้นตอนของกระบวนการสร้างเม็ดสีด้วยกลไกนวัตกรรมใหม่
ด้วยการเข้าไปสกัดกั้นสารตั้งต้นของเมลานิน
ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเม็ดสีที่ปรากฏบนผิว
จึงช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพโดดเด่นเมื่อเทียบกับสารสำคัญทั่วไป 1
ขณะเดียวกันไม่รบกวนกระบวนการผลิตเม็ดสีผิวตามธรรมชาติอีกด้วย” ดร.
โชปรากล่าวเพิ่มเติม ผสานพลังประสิทธิภาพสูงและมาตรฐานด้านวิทยาการผิวพรรณ
ลอรีอัล ปารีส: นอกเหนือจากตัวโมเลกุลหลักแล้ว “สูตรผลิตภัณฑ์”
คือหัวใจสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมนี้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริง โดยดร. ริชาร์ด เบตส์
ผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์ของลอรีอัล ปารีส ประจำภูมิภาค SAPMENA
เปิดเผยว่า แบรนด์นำแนวคิด “Professional Power Couple” ในการผสาน
Melasyl™ เข้ากับ กรดไกลโคลิก
และไนอาซิอาไมด์เพื่อดูแลปัญหาเม็ดสีอย่างครอบคลุมในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่การผลัดเซลล์ผิว การฟื้นคืนความกระจ่างใส ไปจนถึงการสกัดกั้นการเกิดเม็ดสี
การทำงานร่วมกันนี้ช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ถึง 88%
สะท้อนถึงการนำวิทยาศาสตร์ความงามขั้นสูงมาสู่การดูแลผิวในชีวิตประจำวันสำหรั
บผู้บริโภคกลุ่มแมสทีจ (Masstige) ในราคาที่เข้าถึงได้
ลา โรช-โพเซย์: แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำ
ยกระดับนวัตกรรมการดูแลผิวด้วยโปรโตคอลครบวงจรที่มี Melasyl™
เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อรับมือปัญหาฝ้าแดด และจุดด่างดำอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจาก
1 Bailly, C., et al. (2024). A Bayesian network meta-analysis of 14 molecules inhibiting UV daylight-induced pigmentation. Journal of
the European Academy of Dermatology and Venereology, 38(8), 1566–1574. https://doi.org/10.1111/jdv.19910
Mela B3 Facial Serum
เซรั่มสูตรเอกสิทธิ์ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิกเมื่อเปรียบเทียบกับไฮโดรควิโนนความ
เข้มข้น 4% และมอบประสิทธิภาพทัดเทียมกับสารลดเลือนเม็ดสีมาตรฐาน
พร้อมความอ่อนโยนต่อผิวสูง
โปรโตคอลดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย Anthelios
UVMune 400+ Anti-Dark Spots Fluid ที่ผสานพลังของฟิลเตอร์กันแดดเอกสิทธิ์
Mexoryl 400™ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี Ultra-Long UVA และแสงที่มีพลังงานสูง
High-Energy Visible Light (HEVL) ปัจจัยสำคัญของการเกิดจุดด่างดำ
พร้อมช่วยฟื้นบำรุงและปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าแบบเนื้อทินท์
สำหรับแนวทางการดูแลผิวทั้ง 2 ขั้นตอนนี้
ได้แสดงผลลัพธ์ให้เห็นได้จริงในประเทศไทยผ่านโปรแกรม Skin Transformation
ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะบุคคลภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของคนไทย
โดยไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาฝ้าแดดและจุดด่างดำ
แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ที่เผชิญปัญหา
จึงสะท้อนบทบาทของลา โรช-โพเซย์
ในฐานะแบรนด์ที่มุ่งสร้างผลลัพธ์ด้านผิวพรรณที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้จริง
และต่อยอดความสำเร็จนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2026 แบรนด์พร้อมเปิดตัว Mela B3
Dual Body Treatment ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายรายแรกที่มีส่วนผสม Melasyl™
มอบเนื้อสัมผัสบางเบาแบบพิเศษ ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวดูกระจ่างใส
แม้ในบริเวณผิวบอบบางอย่างมีประสิทธิภาพ สู่ตลาดความงามของประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ลอรีอัล ประเทศไทย
พร้อมให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้เข้าถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูง
ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมโมเลกุล Melasyl™ เอกสิทธิ์เฉพาะของลอรีอัลได้แล้ววันนี้
ผ่าน 7 ผลิตภัณฑ์ จาก 2 แบรนด์ความงามระดับโลก อย่าง ลา โรช-โพเซย์และ
ลอรีอัล ปารีสที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดูแลปัญหาฝ้าแดด
และจุดด่างดำของผู้บริโภคอย่างตรงจุด
- ลา โรช-โพเซย์ ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mela B3 ได้แก่ Mela B3
Serum, Mela B3 Cream SPF 30, Mela B3 Micro-Peeling Gel และ
Anthelios UVMUNE 400 Anti-Dark Spots Fluid พร้อมเสริมด้วย Mela
B3 Dual Body Treatment ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายชิ้นแรกของแบรนด์
ที่ผสานนวัตกรรมโมเลกุล Melasyl™เพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสำหรับการดูแล
และแก้ไขปัญหาเม็ดสีทั่วเรือนร่างอย่างครอบคลุม - ลอรีอัล ปารีสประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Glycolic-Bright อาทิ Glycolic-
Bright Anti-Dark Spot Brightening Serum สูตรปรับปรุงใหม่ และ
Glycolic-Bright Matte Luminizing Cream ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้น
เพื่อช่วยเผยผิวดูกระจ่างใสในทุกวันควบคู่กับการควบคุมความมันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ในช่วงไตรราส 4 ของปี 2026 ทางลอรีอัล
ประเทศไทยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรใหม่เพิ่มเติม ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมโมเลกุล
Melasyl™ (เมลาซิล) เอกสิทธิ์เฉพาะของลอรีอัลเพื่อสานต่อความมุ่งมั่นในการส่งมอบนวัตกรรม
ด้านสุขภาพผิว และจัดการปัญหาเม็ดสีที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลิตภัณฑ์จาก ลอรีอัล ปารีสและ ลา โรช-โพเซย์
สามารถช้อปได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านร้านค้าเพื่อสุขภาพและ
ร้านค้าผลิตภัณฑ์ความงามชั้นนำอย่าง Watsons, Boots,
EVEANDBOY และ Beautrium รวมถึงห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต
และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ (Official Store) บน Lazada, Shopee และ
Tiktok Shop
* * * * *
เกี่ยวกับ ลอรีอัล ประเทศไทย
ลอรีอัล ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2537 ในฐานะผู้บุกเบิกด้านบิวตี้เทค
(Beauty Tech) ชั้นนำของประเทศ
โดยเป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจทั้งในประเทศไทย เมียนมา ลาว และกัมพูชา
ลอรีอัลส่งมอบความงามให้แก่ทุกคนในทุกๆ ที่
ผ่านกลยุทธ์การเชื่อมโยงช่องทางการสื่อสารและการขายไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซ ไปจนถึงร้านซาลอน ร้านขายยา
และห้างสรรพสินค้า
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ขับเคลื่อนโดยพลังของบุคลากรที่มีความสามารถและห
ลากหลาย ตลอดจนความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการฟูมฟักและพัฒนาคนรุ่นใหม่
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้บุกเบิกแห่งอนาคตของความงาม
ลอรีอัล ประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
และมีความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
พร้อมเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
โดยการสนับสนุนการสร้างพลังให้กับผู้หญิง ความหลากหลาย
และการช่วยเหลือชุมชน ผ่านโครงการหลักที่สำคัญ อาทิ
"โครงการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต" (Beauty for a Better
Life) รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมที่ขับเคลื่อนโดยแบรนด์ต่าง ๆ
ปัจจุบัน ลอรีอัล ประเทศไทย มีกลุ่มแบรนด์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังถึง 17 แบรนด์
ภายใต้ 4 แผนกผลิตภัณฑ์ ได้แก่:
แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค: ลอรีอัล ปารีส, การ์นิเย่, เมย์เบลลีน นิวยอร์ก 3CE
และ Dr.G
แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง: ลังโคม, จิออร์จิโอ อาร์มานี, คีลส์, ชู อูเอมูระ,
อีฟส์ แซ็งต์ โลร็องต์ โบเต้, เอสอป และ เฮเลนา รูบินสไตน์
แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ: ลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล และเคเรสตาส
แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง: ลา โรช-โพเซย์, วิชี่ เซราวี และสกินซูติคัลส์
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.lorealthailand.com และ www.facebook.com/lorealthailand
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ลอรีอัล ประเทศไทย
ได้ที่ www.lorealthailand.com และ www.facebook.com/lorealthailand
เกี่ยวกับลอรีอัล
ลอรีอัล กรุ๊ป ในฐานะองค์กรด้านความงามชั้นนำของโลก
ทุ่มเทในธุรกิจความงามมายาวนาน 116 ปี
เพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาด้านความงามของผู้คนทั่วโลก
ภายใต้เป้าหมายในการสร้างสรรค์ความงามที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้
ลอรีอัลกำหนดทิศทางและมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้านความงามที่ครอบคลุม มีจริยธรรม
สร้างความยั่งยืนให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อม
โดยมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งประกอบด้วย 40
แบรนด์ชั้นนำระดับโลก และพันธสัญญาเพื่อความยั่งยืนอย่าง L’Oréal for the Future
ลอรีอัลมุ่งมั่นมอบสิ่งที่ดีที่สุดด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย
เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมความงามอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับผู้คน
ลอรีอัล กรุ๊ป มียอดขายผลิตภัณฑ์ 4.405 หมื่นล้านยูโรในปี 2568
มีผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายผ่านทุกช่องทาง ครอบคลุมถึงอีคอมเมิร์ซ ตลาดทั่วไป
ห้างสรรพสินค้า เภสัชกรรมและร้านขายยา ซาลอน ร้านค้าปลีก ร้านค้าในสนามบิน
และร้านค้าแบบบูติกของแบรนด์ และมีพนักงาน 95,000 คนทั่วโลก
ลอรีอัลยึดมั่นในกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กรในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอ
ย่างต่อเนื่องโดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา 22 แห่งใน 7 ภูมิภาคทั่วโลก
พร้อมด้วยทีมงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมมากกว่า 4,000 คน
และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 8,000 คน คิดค้นและพัฒนาความงามแห่งอนาคต
เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำนำด้าน Beauty Tech ต่อไป
ในปี 2025 ลอรีอัล กรุ๊ปได้รับการยกย่องให้เป็นบริษัทที่ความล้ำหน้าด้านนวัตกรรมสูงสุดในยุโรปโดยนิต
ยสาร Fortune จากทั้งหมด 300 บริษัทใน 21 ประเทศและ 16 อุตสาหกรรมทั่วยุโรป
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.loreal.com/en/mediaroom