สัมภาษณ์พิเศษ !! นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม โรงพยาบาลบางมด

1. เมื่อศัลยกรรมความงาม ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทำเเต่ที่หน้าตา มีศัลยกรรมอื่นส่วนใด ที่กำลังเป็นที่นิยม

การทำศัลยกรรมความงามในปัจจุบัน เป็นการทำศัลยกรรมเพื่อให้สวยขึ้นและเพิ่มความมั่นใจ ซึ่งนอกจากศัลยกรรมความงามใบหน้าที่คนนิยมทำแล้ว ผู้คนยังให้ความสนใจกับการทำศัลยกรรมในส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งได้แก่ หน้าอก, ตัดหนังหน้าท้อง, ดูดไขมัน, เสริมสะโพกก้น และฉีดไขมันหลังมือ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในรูปร่างให้สมบูรณ์

2. เพราะเหตุใด ผู้คนจึงให้ความนิยมการทำศัลยกรรมในจุดอื่น ของร่างกาย

ความนิยมของการทำศัลยกรรมเหตุผลหลักก็เพื่อเสริมบุคลิกภาพของตนเองให้ดูดีขึ้นเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตการเข้าสังคมซึ่งความมั่นใจของรูปร่างหน้าตานี้สามารถส่งผลต่อสภาพร่างกายจิตใจและอารมณ์ของบุคคลนั้นได้ด้วยนอกจากนี้แล้วด้วยเทคโนโลยีและการพัฒนาของการแพทย์ยิ่งทำให้การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากและเข้าถึงได้ง่ายด้วยการผ่าตัดศัลยกรรมที่ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานอาการเจ็บปวดมีไม่มากผู้คนจึงนิยมทำศัลยกรรมเพื่อให้หน้าตาและรูปร่างสวยดูดีขึ้นตามความต้องการ

3. ลักษณะรูปร่าง ผิวหนัง หรือเชื้อชาติ มีผลต่อการทำศัลยกรรมหรือไม่

ลักษณะรูปร่างผิวหนังและเชื้อชาติมีผลต่อการทำศัลยกรรมเนื่องจากลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันตามแต่ละเชื้อชาติโดยแบ่งออกเป็น 

1. ความบางของผิวหนังในชาวต่างชาติหรือชาวยุโรป ชาวตะวันตก จะมีผิวหนังที่ค่อนข้างบาง และมี Photoaging หรือการทำลายจากเเสงแดดได้ค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยความหย่อนคล้อยที่มีได้มากกว่าชาวเอเชีย 

2. โครงสร้างของใบหน้าที่เล็กจะมีผลต่อการทำศัลยกรรมดึงหน้า สังเกตได้จากริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ จะปรากฎอยู่บริเวณส่วนกลางของใบหน้า ซึ่งการทำศัลยกรรมดึงหน้า จะซ่อนแผลไว้บริเวณหลังใบหูทำให้ระยะทางของการดึงหน้าสั้นลง ดังนั้นผู้ที่มีโครงหน้าเล็กจะเห็นผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมได้อย่างชัดเจน

3. รูปร่างของจมูก สันจมูก หรือดั้งจมูกที่มีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละเชื้อชาติ เช่น ในชาวตะวันตก จะมีโครงสร้างจมูกที่เรียวสูง ในบางท่านอาจมีปุ่มนูนกลางจมูก ที่เรียกว่าฮัมป์หรือผู้ที่มีสันจมูกนูนเด่นมาก ๆ จะใช้การตัดกระดูกอ่อนส่วนเกินออก หรือการผ่าตัดปรับให้เรียบลง ในส่วนของชาวเอเชียจะมีสันจมูกที่เตี้ยและฐานจมูกกว้าง จะได้รับการผ่าตัดด้วยการเสริมสันจมูก และปรับฐานจมูกให้แคบลงพอดีกับใบหน้า

4. หน้าอก ตามสรีระของชาวเอเชียหรือสาวไทย จะมีหน้าอกค่อนข้างเล็ก และเนื้อหน้าอกน้อย จึงนิยมทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast Augmentation) เป็นส่วนมาก แต่ในชาวต่างชาติซึ่งมีสรีระของหน้าอกที่มีขนาดใหญ่ และอาจหย่อนคล้อยจึงนิยมเลือกทำศัลยกรรมลดขนาดหน้าอก (Breast Reduction) หรือเพิ่มขนาดและยกกระชับหน้าอก (Augmentation+Mastopexy) เพื่อให้หน้าอกมีขนาดพอดี และเหมาะสมต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

5. ศัลยกรรมเสริมสะโพกก้น เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละเชื้อชาติ ก็มีความชอบที่แตกต่างกันด้วย เช่น ในชาวลาตินอเมริกาใต้ จะมีความชอบของสะโพกก้น ที่มีความนูนอยู่ส่วนล่าง, ชาวยุโรปตะวันตก จะชอบความนูนของก้นอยู่บริเวณส่วนกลาง และชาวแอฟริกาจะชอบสะโพกก้นที่มีกลมความนูนทั้งหมด เป็นต้น

4. หากมีผู้เข้ามาปรึกษาศัลยเเพทย์ เพื่อทำศัลยกรรมเเบบหัวจรดเท้า คุณหมอจะให้คำเเนะนำอย่างไร

จริง ๆ แล้วการทำศัลยกรรมสามารถทำได้ทั้งหมดทุกส่วน ที่ผ่านมามีคนไข้มาปรึกษาหมอในคำถามเช่นนี้เยอะมากว่าอยากทำศัลยกรรมทั้งตัว แต่ทั้งนี้หมอจะต้องทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนว่าปัญหาอยู่ตรงจุดใด ซึ่งการทำศัลยกรรมไม่จำเป็นต้องทำเยอะก็เห็นผลลัพธ์ที่ดีและสวยงามได้ ยิ่งทำน้อยยิ่งปลอดภัย เน้นการแก้ไขให้ตรงปัญหายิ่งได้ผลลัพธ์ที่ดีมากกว่า ทั้งนี้ประเด็นสำคัญ คือต้องปลอดภัย ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนหรือใช้เงินที่สะสมมาสำหรับการทำศัลยกรรมอย่างเดียว เพื่อให้การทำศัลยกรรมเสริมความงามเป็นการเติมเต็มความสุขและเป็นของขวัญที่ล้ำค่า ที่แสนพิเศษในชีวิต

5. เพราะเหตุใดในปัจจุบัน ช่วงอายุของผู้ที่มาทำศัลยกรรม จึงเริ่มเร็วขึ้น ทำได้ตั้งเเต่ยังเป็นวัยรุ่น 

เพราะเทคโนโลยีการแพทย์ปัจจุบันทำให้การผ่าตัดศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากด้วยเทคนิคของศัลยแพทย์และประสบการณ์เฉพาะทางทำให้การผ่าตัดพักฟื้นหายไวใช้เวลาไม่นานและไม่ค่อยมีความเจ็บปวดยกตัวอย่างการทำศัลยกรรมดึงหน้าที่สมัยก่อนผู้คนนิยมทำเมื่ออายุ 50-70 ปี รอให้เกิดความหย่อนคล้อยที่มาก แต่ในปัจจุบันทำได้ตั้งแต่อายุ 30-40 ปี เพราะเทคนิคที่สามารถเลือกทำเฉพาะส่วนที่มีปัญหาได้อย่างตรงจุด และยิ่งเมื่อทำการผ่าตัดน้อย ก็จะสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว แค่ฉีดยาชาก็สามารถดึงหน้าเฉพาะส่วนได้

ในศัลยกรรมส่วนอื่นๆจะแนะนำว่าควรจะเริ่มทำเมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว  อีกข้อที่สำคัญคือต้องดูว่าอวัยวะต่าง ๆ เจริญเติบโตเต็มที่แล้วหรือยัง ยกตัวอย่างเช่น การทำจมูก การตัดกราม หรือที่เกี่ยวกับโครงสร้างบนใบหน้า ควรจะทำเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ประมาณอายุ 18 ปี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแก้ไขบ่อย หากทำตอนอายุน้อยเกินไปเมื่อร่างกายมีความเปลี่ยน โครงสร้างกระดูกก็เปลี่ยน อาจต้องมาแก้ไขใหม่ ฉะนั้นจึงควรดูเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกายด้วย

6. เรื่องสำคัญที่ผู้บริโภค ต้องคำนึงถึง เกี่ยวกับการทำศัลยกรรม

ควรหาข้อมูลที่ตรงกับหลักการแพทย์ รู้จักเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และจบเฉพาะทาง 

ซึ่งสามารถเช็กได้โดยนำชื่อศัลยแพทย์ไปเช็กจากจากฐานข้อมูลบนเว็บไซต์แพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th/ ได้  และควรเช็กสถานพยาบาล สามารถเช็กจากเว็บไซต์สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน (สบส.) http://privatehospital.hss.moph.go.th/ ว่ามีการลงทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ก่อนจะตัดสินใจควรไปพบศัลยแพทย์เพื่อปรึกษาและดูสถานที่จริงประกอบด้วยจะดีที่สุด 

About Author

Leave A Reply

© 2014 Ladyissue.com เว็บผู้หญิง รีวิวเครื่องสำอาง ความสวยความงาม แฟชั่นอัพเดท | designed by tonapp design